ไหว้พระธาตุประจำปีเกิด

พระบรมธาตุชเวดากองพระธาตุประจำปีเกิดปีมะเมีย

Share

พระธาตุชเวดากอง

 

พระบรมธาตุชเวดากองพระธาตุประจำปีเกิดปีมะเมียหรือปีม้า (ปีสะง้า) ธาตุไฟ มีสัญลักษณ์เป็นรูป ม้า พระบรมธาตุชเวดากอง (Shewdagon Pagoda) พระมหาเจดีย์ทองคำ ที่งดงามสง่าตั้งเด่นอยู่ใจกลางเมืองย่างกุ้งประเทศพม่า ประดิษฐานอยู่บนเนินเขาเชียงกุตระ (Singu-Ttara)มีความสูงประมาณ 109 เมตร หนังสือ Guinness Book of Records ได้จัดให้พระเจดีย์ชเวดากองเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในโลก ซึ่งมีลานรูปสี่เหลี่ยม และเป็นเนินที่สูงที่สุด ในเขตปริมณฑลเมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า มีความยาวโดยรอบประมาณ 473 เมตร รอบฐานพระมหาเจดีย์รายล้อมไปด้วยเจดีย์องค์เล็กๆ อีกร้อยองค์ มีซุ้มประตูสี่ด้าน ยอดฉัตรองค์พระมหาเจดีย์ ประกอบด้วยเพชร 5,448 เม็ด ทับทิม ไพลิน บุษราคัมอีก 2,17 เม็ด เบื้องล่างมีสิ่งปลูกสร้างรายล้อมอยู่โดยรอบกว่า 100 หลัง ทั้งสถูปวิหาร วิหารทิศ วิหารราย และศาลาอำนวยการ นับเป็นงานสถาปัตยกรรมฝีมือช่างพม่าที่งดงามยากที่จะหาเปรียบได้ สันนิษฐานว่าเริ่มก่อสร้างขึ้น ตั้งแต่ สมัยพุทธศตวรรษแรกๆ เชื่อกันว่าภายในองค์พระมหาเจดีย์ได้บรรจุเส้นพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวน 8 เส้น พระมหาเจดีย์นี้ยังคงฐานะของพุทธสถานอันเป็นที่พึ่งทางใจ ของคนพม่า ในทุกชั้นวรรณะ ทุกเพศทุกวัย เป็นสถานที่สวยสดงดงามอย่างน่าอัศจรรย์ตามตำนานของชาวพม่ากล่าวว่าพระเจดีย์ชเวดากองได้เริ่มสร้างมาเป็นครั้งแรกตั้งแต่สมัยที่พระพุทธเจ้าทรง ตรัสรู้ หรือเมื่อประมาณ 2,595 ปีมาแล้ว ในสมัยที่ย่างกุ้งยังเป็นเพียงเมืองเล็ก ๆ ที่ชื่อว่าเมืองอสิตันชนะหรืออีกชื่อหนึ่งคือเมืองโอกกะละ โดยได้มีพ่อค้าชาวมอญ 2 คนชื่อว่าตผุสสะและภัลลิกะได้เดินทางไปค้าขายยังประเทศอินเดีย ทั้งสองได้มีโอกาสเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าซึ่งกำลังประทับอยู่ใต้ต้นพระศรีมหา โพธิ์ และได้ถวายภัตตาหารแด่พระองค์ด้วย หลังจากเสวยเสร็จแล้ว พระพุทธเจ้าได้ประทานพระเกศาให้ 8 เส้น เมื่อพ่อค้าทั้งสอง ตผุสสะและภัลลิกะเดินทางกลับ พระราชาแห่งอเชตตะได้ขอแบ่งพระเกศธาตุไป 2 เส้น พญานาคขอไปอีก 2 เส้น เมื่อเดินทางกลับถึงเมืองอสิตันชนะ พระเจ้าโอกกะละปะก็ได้ทรงประกอบพิธีต้อนรับพระเกศธาตุอย่างยิ่งใหญ่ และได้ทรง คัดเลือกสถานที่บนเขาสิงฆุตตระนอกประตูเมืองอสิตันชนะให้เป็นที่สร้างพระ เจดีย์เพื่อบรรจุพระเกศธาตุ แต่ขณะที่กำลังทำการขุดดินก่อสร้างอยู่นั้น ก็ได้ค้นพบ พระบริโภคเจดีย์ของอดีตพระพุทธเจ้าองค์อื่น ๆอีก 3 พระองค์ด้วย คือไม้ธารพระกร ภาชนะสำหรับใส่น้ำ และสบง จึงได้บรรจุของทั้งหมดนี้ในพระเจดีย์พร้อมกับพระเกศธาตุด้วย แต่ก่อนที่จะบรรจุ ก็ค้นพบด้วยว่า พระเกศธาตุกลับมี 8 เส้นดังเดิม พระเกศธาตุได้บรรจุไว้ภายในเจดีย์ทอง เงิน ดีบุก ทองแดง ตะกั่ว หินอ่อน และเหล็กตามลำดับ เสร็จแล้วจึงสร้างเจดีย์อิฐสูงประมาณ 66 ฟุตครอบไว้ภายนอก จากนั้นก็มีการสร้างเจดีย์ครอบองค์เดิมในรัชสมัยของกษัตริย์ต่าง ๆ รวมถึง 7 ครั้งด้วยกัน เจดีย์ชเวดากอง พม่าโดย ในสมัยพระนางเชงสอบูแห่งกรุงหงสาวดีก็ได้ทรงบริจาคทองคำถึง 40 กิโลกรัม ซึ่งเท่ากับน้ำหนักของพระองค์ในการก่อสร้างพระเจดีย์ที่มีรูปร่างเหมือนใน ปัจจุบันเป็นครั้งแรก ส่วนพระเจ้าธรรมเจดีย์ซึ่งครองราชย์ต่อจากพระนางเชงสอบู ก็ได้บริจาคทองในการก่อสร้างเพิ่มเติมเป็นน้ำหนักเท่ากับน้ำหนักของพระองค์ และพระมเหสีรวมกันด้วย ทั้งยังได้ทรงสร้างจารึกเล่าประวัติของพระเจดีย์ชเวดากองเป็นภาษาพม่า มอญและบาลีไว้ด้วย ทางด้านสถาปัตยกรรม ปัจจุบันพระเจดีย์มีความสูง 326 ฟุต เส้นรอบวง 1,420 ฟุต สูงกว่าระดับน้ำทะเล 190 ฟุต ประดับด้วยแผ่นทองคำ 4 หมื่นแผ่น รวมน้ำหนักทอง 8 ตัน สำหรับฉัตรซึ่งครอบยอดเจดีย์ ก็มีการซ่อมแซมหรือสร้างขึ้นใหม่มาเป็นระยะๆ ฉัตรเก่าสร้างในสมัยพระเจ้ามินดง ในปี ค.ศ. 1871 สูง 33 ฟุต เส้นผ่าศูนย์กลาง 18 ฟุต ขณะนี้ก็ยังตั้งไว้ให้ประชาชนได้ชมอยู่ ครั้งล่าสุดได้มีการสร้างฉัตรขึ้นใหม่เมื่อหลายปีที่ผ่านมา โดยประดับเพชรพลอยรวมถึง 4,351 เม็ดรวม น้ำหนัก 2,000 กะรัต เพชรเม็ดใหญ่ที่สุดบนยอดฉัตรมีฐานกว้าง 2 ฟุต ยาว 1 ฟุต 10 นิ้ว และหนัก 76 กะรัต นอกจากนี้ พระเจดีย์ชเวดากองก็ยังมีวัตถุที่มีคุณค่าทางศาสนา ศิลปะ ประวัติศาสตร์และอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น ระฆังที่พระเจ้าสิงคุทรงสร้างไว้ (Singhu) ทรงสร้างไว้เมื่อปีค.ศ. 1778 หล่อด้วยปัญจโลหะ คือทอง เงิน ทองแดง ตะกั่วและสังกะสี สูง 8 ฟุต หนัก 23 ตัน ในปี ค.ศ. 1824 พม่าได้ทำสงครามกับอังกฤษเป็นครั้งแรกและอังกฤษได้ยึดเจดีย์ชเวดากองได้และ ได้ขนทรัพย์สินแก้วแหวนเงินทองไปหลายอย่าง รวมทั้งได้คิดที่จะขนย้ายระฆังใบนี้กลับไปอังกฤษด้วย แต่ระหว่างการเดินทางเรือที่ขนระฆังจมลงที่แม่น้ำย่างกุ้ง ต่อมาพม่าจึงทำการกู้ระฆังใบนี้ด้วยตนเองและนำมาติดตั้งไว้ที่เจดีย์ชเวดา กองได้เช่นเดิม ซึ่งเป็นที่ภาคภูมิใจของประชาชนพม่าโดยทั่วไปมาจนทุกวันนี้ นอกจากนั้นก็ยังมีพระพุทธรูปสลักจากหยกทั้งก้อน ซึ่งได้มาจากรัฐคะฉิ่นในปีค.ศ. 1999

ในโอกาสที่ได้สร้างฉัตรใหม่ และยังมีต้นพระศรีมหาโพธิ์ซึ่งได้นำเมล็ดมาปลูกจากพุทธคยาเมื่อ 79 ปีก่อน และของมีค่าอื่น ๆ อีกมากมาย จากลานพระเจดีย์ชเวดากอง จะเห็นพระเจดีย์ทองรูปทรงใกล้เคียงกับชเวดากองอีกองค์ หนึ่งแต่เล็กกว่าซึ่งอยู่ไม่ห่างไกลกันนัก เจดีย์องค์นี้ก็คือเจดีย์ Naungdawgyi ซึ่งมีความหมายว่าพี่ชาย ตามตำนานกล่าวว่า เป็นสถานที่ซึ่งพระเจ้าโอกกะละปะ และสองพี่น้องคือตปุสสะและภัลลิกะได้นำพระเกศธาตุของพระพุทธเจ้ามาประดิษฐาน ไว้ชั่วคราวในขณะที่กำลังทำการก่อสร้างพระเจดีย์ชเวดากองอยู่ และเมื่อสร้างเสร็จแล้ว ก็ได้ใช้ช้างในพิธีอัญเชิญพระเกศธาตุจากเจดีย์ Naungdawgyi ไปประดิษฐาน ณ พระเจดีย์ชเวดากองเป็นการถาวรสืบต่อมา แต่เดิมยังมีทางเชื่อมระหว่างพระเจดีย์ทั้งสองนี้ แต่ปัจจุบันได้ปิดทางเชื่อมดังกล่าวไปแล้ว

ไปดูสัตว์ประจำวันเกิดของพม่ากัน วันอาทิตย์ - ครุฑ อยู่ที่ทิศตะวันออกเฉียง เหนือของลานเจดีย์ วันจันทร์ - เสือ อยู่ทิศตะวันออก วันอังคาร - สิงห์ อยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ วันพุธ (เช้า) - ช้างงา อยู่ทิศใต้ วันพุธ(กลางคืน) - ช้างไม่มีงา อยู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ วันพฤหัสบดี - หนู อยู่ทิศตะวันตก วันศุกร์ - หนูตะเภา อยู่ทิศเหนือ วันเสาร์ - พญานาค อยู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้

การสักการะพระเจดีย์ โปรดแต่งกายให้สุภาพเหมือนกับทุกวัดแต่ผู้ที่ประสงค์จะไปนมัสการพระเจดีย์ชเวดาต้องถอดรองเท้า ถุงเท้า แม้แต่ถุงนองก็ต้องถอด ที่จะบอกก็คือพื้นลานล้วนเป็นหินอ่อนและกระเบื้องซึ่งเวลาที่ไปนมัสการถ้าเป็นตอนเที่ยงๆแดดจัดๆจะร้อนจัดมากทีเดียว เดินแทบไม่ได้แต่ก็คุ้มค่าถึงจะร้อนเท้าแต่ก็เย็นใจ เพราะได้เห็นสิ่งที่สวยงามมากมายและที่สำคัญ คือยังได้อิ่มบุญจนลืมเรื่องเท้าร้อนไปเลยค่ะ ถ้าจะให้ดีคราวหน้าวางแผนท่องเที่ยวดีๆมานมัสการพระธาตุเจดีย์ชเวดากองในตอนเช้าๆหรือเย็นๆหน่อยก็ได้เพราะพระเจดีย์ชเวดากองก็ยังเปิดจนถึง 4 ทุ่มด้วยค่ะ

 

 

Share

จองโรงแรมที่พักทุกที่ทั่วโลก...


 

ท่องเที่ยวจังหวัดล้านนา

เชียงใหม่ 

เชียงราย 

แม่ฮ่องสอน 

ลำปาง

ลำพูน

แพร่

 น่าน

สุโขทัย

 ตาก

พะเยา

อุตรดิตถ์

พิษณุโลก




 



ใคร ใคร ก็แอ่ว

ที่เที่ยวก่อนถึงดอยอินทนนท์

การเดินทางไปท่องเที่ยวยังดอยอินทนนท์นั้น นอกจากขึ้นไปเที่ยวยอดดอยแล้วเรายังสามารถแวะเที่ยวตามรายทางของเส้นทางขึ้นดอยซึ่งมีอยู่มากมายครับ แต่ละที่นั้นมีความสวยงามน่าสนใจไม่แพ้ยอดดอย บางที่สวยจนถูกเลือกเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์ที่หลายคนอาจคุ้นตา ประทับใจ ในบรรยากาศที่สุดแสนจะโรแมนติก

view more

เที่ยวปายหน้าฝน

เป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็จำไม่ได้แล้วครับกับการเดินทางมา ปาย แต่หลายครั้งที่ผ่านมาผมแทบไม่ได้แวะเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรจะต้องเที่ยวถ้ามาปาย ก็เลยอยากจะแนะนำที่เที่ยวที่ควรจะไปหรือต้องแวะเที่ยวถ้ามาถึงปายครับ

view more

ม่อนแจ่มหน้าฝน

ความชุ่มฉ่ำเริ่มมาเยือนครับ ถึงหน้าฝนกันแล้วแต่ยังไงเราก็ยังเที่ยวกันอยู่ครับและสถานที่ท่องเที่ยวที่นึกถึงที่แรกก็คือ ม่อนแจ่มครับ หลายคนเคยมาสัมผัสมาเที่ยวม่อนแจ่มในช่วงหนาว ๆ แต่ที่นี่หน้าฝนก็น่าเที่ยวไม่แพ้หน้าหนาวครับ 

view more

ติดต่อพูดคุย

guidelanna 1 

 Mail:  This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.  
 blogtheguidelanna on youtube
FacebookGoogle Bookmarks
hotsia  feelthai-blog